hearinglosscauses
สาเหตุของการสูญเสียการได้ยินที่ควรรู้
ถ้าคุณเริ่มต้องเพิ่มเสียงทีวี หรือต้องถามให้คนพูดซ้ำบ่อยขึ้น หน้านี้รวบรวมสาเหตุที่พบบ่อยไว้เป็นกลุ่ม เพื่อให้คุณหาหัวข้อที่ตรงกับอาการของตัวเองได้เร็วขึ้น
เริ่มจากแยกให้ออกว่า "ค่อยเป็นค่อยไป" หรือ "เกิดขึ้นฉับพลัน"
คนจำนวนมากที่มาที่หน้านี้เริ่มจากคำถามเดียวกัน คือ "ของฉันเริ่มเป็นตอนไหน" รูปแบบการได้ยินลดลงสองแบบนี้ต่างกันที่จังหวะเวลา และจังหวะเวลาบอกสาเหตุได้มาก
การแยกจุดนี้ก่อนจะช่วยให้คุณเลือกอ่านหัวข้อสาเหตุได้ตรงกว่าเดิม เพราะแต่ละกลุ่มมีข้อสังเกตและวิธีตรวจที่ต่างกัน
ค่อย ๆ ลดลงเป็นเดือนหรือเป็นปี เช่น การได้ยินลดลงตามวัย หรือการสัมผัสเสียงดังสะสมจากงานและการฟังเพลงดังต่อเนื่อง
รู้ตัวภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน และมักเป็นข้างเดียว อาการแบบนี้ควรนัดตรวจโดยไม่รอ เพราะกรอบเวลามีผลกับทางเลือกในการดูแล
ถ้าคุณจำจุดเริ่มต้นไม่ได้แน่ชัด ให้ย้อนดูว่าเริ่มเป็นพร้อมกันสองข้างหรือข้างเดียว และมีเสียงดังในหูหรือบ้านหมุนร่วมด้วยหรือไม่ สองคำถามนี้แคบขอบเขตได้มาก
จุดที่อาการเริ่มเป็น คือเบาะแสที่แม่นกว่าตัวเลขใด ๆ
สองคำถามสั้น ๆ — ข้างเดียวหรือสองข้าง และเริ่มช้าหรือเร็ว — จะพาคุณไปยังกลุ่มสาเหตุที่ควรอ่านก่อน
สาเหตุที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน
กลุ่มนี้คือสิ่งที่เจอบ่อยที่สุดในคนทั่วไป และส่วนหนึ่งแก้ไขได้ ตั้งแต่แว็กซ์อุดตันที่ทำให้หูอื้อหรือหูตันข้างเดียว ไปจนถึงการได้ยินลดลงตามวัยที่เกิดกับคนส่วนใหญ่เมื่ออายุมากขึ้น อีกกลุ่มคือการสัมผัสเสียงดัง ทั้งจากงานที่ต้องอยู่ในที่เสียงดังและจากการฟังเพลงดังเป็นเวลานาน
สามกลุ่มนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่การรู้ตัวเร็วทำให้วางแผนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องอธิบายอาการให้คนตรวจฟัง
อ่านสาเหตุที่พบบ่อย
- แว็กซ์อุดตัน ทำให้หูอื้อ หูตัน หรือรู้สึกแน่นข้างเดียว และเป็น ๆ หาย ๆ ตรวจพบได้จากการตรวจหูทั่วไป
- การได้ยินลดลงตามวัย ค่อย ๆ ลดลงทั้งสองข้างและต่อเนื่อง มักเริ่มชัดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
- การสัมผัสเสียงดัง ความเสียหายสะสมต่อหูชั้นในจากงานที่ต้องอยู่ในที่เสียงดัง หรือจากการฟังเพลงดังเป็นเวลานาน
เมื่อปัญหาอยู่ที่หูชั้นใน
หูชั้นในทำหน้าที่ทั้งรับเสียงและควบคุมการทรงตัว จึงไม่แปลกที่ปัญหาตรงนี้มักมาเป็นชุด ตัวอย่างที่คนมักไม่คุ้นชื่อคือ autoimmune inner ear disease ซึ่งถูกจัดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้ของ sudden deafness และ labyrinthitis ที่มักมาพร้อมเวียนศีรษะกับเสียงดังในหู
ถ้าอาการของคุณมีบ้านหมุนร่วมด้วย กลุ่มนี้น่าอ่านก่อนกลุ่มอื่น เพราะทิศทางของอาการชี้ไปที่การทรงตัวมากกว่าการอุดกั้น
ดูสาเหตุจากหูชั้นในเมื่อปัญหาอยู่ที่หูชั้นนอกและหูชั้นกลาง
เสียงต้องเดินทางผ่านหูชั้นนอกและหูชั้นกลางก่อนถึงหูชั้นใน ถ้ามีอะไรขวางทางหรือโครงสร้างผิดปกติ การได้ยินจะลดลงแม้หูชั้นในยังทำงานดี กลุ่มนี้หลายกรณีตรวจพบได้จากการตรวจหูทั่วไป
รอยฉีกของเยื่อแก้วหูทำให้การนำเสียงผ่านช่วงแรกแย่ลง และมักมีอาการปวดหูหรือมีของเหลวออกจากหูร่วมด้วย ถ้ามีของเหลวไหลออกมา ไม่ควรปล่อยไว้นาน
การอักเสบในหูชั้นกลางทำให้เกิดของเหลวค้างอยู่หลังแก้วหู เสียงจึงส่งผ่านได้ไม่ดีและรู้สึกอื้อเหมือนอยู่ใต้น้ำ
ปัญหากระดูกในหูชั้นกลางที่ทำให้เสียงส่งผ่านได้ไม่ดี มักค่อยเป็นค่อยไปและเริ่มจากข้างเดียว ซึ่งเป็นจุดที่ต่างจากการได้ยินลดลงตามวัย
ถ้าคุณมีอาการหูตันเรื้อรังข้างเดียว หรือปวดหูร่วมกับมีของเหลวออกจากหู กลุ่มนี้อ่านก่อนได้เลย
อ่านสาเหตุจากหูชั้นกลางและหูชั้นนอกกลุ่มยาที่คนมักไม่คาดคิดว่ากระทบการได้ยิน
มีคำศัพท์หนึ่งที่คนอ่านเจอบ่อยในบทความต่างประเทศคือ ototoxic drugs หรือยาบางชนิดที่มีผลต่อหู เอกสารของผู้ให้บริการสุขภาพระบุว่ายาบางกลุ่มอาจทำให้เกิด sensorineural hearing loss โดยยกตัวอย่างเช่น gentamicin ยาบางชนิดที่ใช้ในมะเร็ง และ loop diuretics
เราเขียนหัวข้อนี้ในเชิงให้ข้อมูล เพื่อให้คุณรู้ว่าคำนี้มีอยู่จริงและรู้จักชื่อกลุ่มยา ไม่ใช่เพื่อให้หยุดหรือปรับยาเอง
ถ้าคุณกำลังใช้ยาตามที่ได้รับอยู่ แล้วสงสัยว่ามีผลต่อการได้ยิน ทางที่ปลอดภัยคือถามผู้ที่จ่ายยาให้คุณ ไม่ใช่หยุดยาเอง
- จดชื่อยา ขนาด และระยะเวลาที่ใช้ไว้ ก่อนไปปรึกษาเรื่องการได้ยิน
- บอกด้วยว่าอาการได้ยินลดลงเริ่มก่อนหรือหลังเริ่มยา เพื่อให้เห็นลำดับเวลา
- ถ้าได้ยินลดลงแบบฉับพลันหรือเป็นข้างเดียว อย่ารอให้ครบกำหนดนัดถัดไป
สัญญาณร่วมที่บอกว่าควรอ่านหัวข้อไหนต่อ
อาการร่วมเป็นเบาะแสที่ดีกว่าตัวเลขใด ๆ หูอื้อหรือหูตันข้างเดียวชี้ไปทางเรื่องการอุดกั้น เสียงดังในหูที่มาพร้อมการได้ยินลดลงข้างเดียวชี้ไปทางกลุ่มหูชั้นใน ส่วนเวียนศีรษะที่เกิดร่วมด้วยมักทำให้ต้องดูเรื่องการทรงตัวแยกออกไป
หน้าสัญญาณและอาการร่วมรวบรวมจุดสังเกตเหล่านี้ไว้ให้เทียบกับอาการจริงของคุณ ทีละข้อ
เช็คสัญญาณและอาการร่วมแยกคำที่ทำให้อ่านเอกสารต่างประเทศได้ง่ายขึ้น
สองคำนี้เจอบ่อยที่สุดในเอกสารเกี่ยวกับการได้ยิน และเป็นตัวตัดสินทิศทางการอ่านต่อ เอกสารของ NHS ระบุว่าแบบ sensorineural โดยมากเป็นแบบถาวรเมื่อเทียบกับ conductive
conductive
ปัญหาที่การนำเสียงผ่านหูชั้นนอกหรือหูชั้นกลาง เช่น แว็กซ์อุดตันหรือแก้วหูทะลุ เสียงไม่ถึงหูชั้นในเต็มที่
sensorineural
เกิดจากความเสียหายของหูชั้นในหรือเส้นประสาทการได้ยิน เช่น จากอายุ เสียงดังสะสม หรือยาบางกลุ่ม
หูอื้อกับหูตันไม่ใช่คำเดียวกัน
คนไทยมักใช้สองคำนี้ปนกัน แต่ความหมายคนละทาง หูตันคือความรู้สึกเหมือนมีอะไรอุดหรือความดันในหู ซึ่งพบบ่อยเมื่อแว็กซ์อุดตัน ส่วนหูอื้อคือการได้ยินลดลงหรือได้ยินไม่ชัดกว่าปกติ
หูตันอาจนำไปสู่หูอื้อได้ แต่หูอื้อไม่ได้มาจากแว็กซ์เสมอไป การแยกคำช่วยให้คุณอธิบายอาการกับคนตรวจได้ตรงจุดขึ้น เช่น บอกได้ว่าข้างไหนแน่น ข้างไหนฟังไม่ชัด
อายุกับเสียงดังสะสมทำงานร่วมกัน
การได้ยินลดลงตามวัยเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป และมักถูกเร่งด้วยการสัมผัสเสียงดังสะสม ทั้งจากงานที่ต้องอยู่ในที่เสียงดังและจากการฟังเพลงดังเป็นเวลานาน
คนที่ทำงานในที่เสียงดังหลายปีอาจสังเกตว่าการได้ยินลดลงเร็วกว่าที่คาด การป้องกันตั้งแต่ยังทำงานในสภาพนั้นจึงมีค่ามากกว่าการรอให้รู้ตัวทีหลัง และการรู้ตัวเร็วทำให้ปรับสภาพแวดล้อมการทำงานได้ทัน
เรื่องที่คนมักเข้าใจผิด
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าการได้ยินลดลงต้องมาจากอายุเท่านั้น อีกข้อคือคิดว่าแว็กซ์จะหลุดออกเองเสมอ ซึ่งไม่จริงในทุกกรณี
และบางคนเข้าใจว่าหูอื้อต้องหายเองภายในไม่กี่วัน บางกรณีก็เป็นอย่างนั้น แต่ถ้าเป็นข้างเดียวแบบฉับพลัน การรอไม่ใช่ทางเลือกที่ดี
การรู้ขอบเขตของสิ่งที่เราให้ได้และไม่ได้ช่วยให้คุณตัดสินใจได้เหมาะกับสถานการณ์ตัวเอง และช่วยให้คำถามที่คุณถามผู้ตรวจตรงประเด็นขึ้น
วิธีใช้เว็บนี้ให้ได้ประโยชน์ที่สุด
อ่านตามอาการที่ตรงกับคุณก่อน แล้วค่อยกลับมาดูภาพรวม ถ้าคุณได้ยินลดลงข้างเดียวแบบฉับพลัน ให้เริ่มที่หัวข้อหูชั้นในและอ่านเรื่องความต่างของรูปแบบการได้ยินลดลงก่อน
ส่วนคนที่สงสัยว่าหูตันจากแว็กซ์ เริ่มที่สาเหตุที่พบบ่อย ทุกหน้าอ้างอิงคำอธิบายจากเอกสารสาธารณะ ไม่ใช่ประสบการณ์เฉพาะบุคคล
ข้อมูลนี้ทำอะไรได้ และทำอะไรไม่ได้
สิ่งที่ช่วยได้
ช่วยให้คุณเข้าใจศัพท์และแยกกลุ่มสาเหตุ เพื่อให้การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญมีประสิทธิภาพขึ้น และช่วยให้คุณรู้ว่าควรเล่าอะไรบ้างตอนอธิบายอาการ
ขอบเขตของเรา
เราบอกไม่ได้ว่าอาการของคุณคืออะไร และไม่แทนการตรวจหูจากผู้ที่ตรวจได้จริง ถ้าอาการเกิดขึ้นฉับพลันหรือเป็นข้างเดียว ควรนัดตรวจโดยไม่รอ
เนื้อหาทั้งหมดเรียบเรียงจากคำอธิบายสาธารณะของหน่วยงานสุขภาพและเอกสารผู้ให้บริการสุขภาพที่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยแยกให้เห็นชัดระหว่างสาเหตุที่แก้ไขได้ อย่างแว็กซ์อุดตัน กับสาเหตุที่เกี่ยวกับโครงสร้างหูชั้นในซึ่งมักเป็นเรื่องระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
รวมคำถามที่คนถามบ่อยที่สุดเกี่ยวกับสาเหตุของการได้ยินลดลง ถ้ายังไม่พบคำตอบของคุณ หน้าคำถามที่พบบ่อยมีหัวข้อเพิ่มเติม
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการได้ยินลดลงคืออะไร
เอกสารสาธารณะของ NHS และ Mayo Clinic จัดแว็กซ์อุดตัน การได้ยินลดลงตามวัย และการสัมผัสเสียงดังไว้ในกลุ่มที่พบบ่อยที่สุด แว็กซ์อุดตันเป็นกลุ่มที่แก้ไขได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับอีกสองกลุ่ม แต่ทั้งสามแบบทำให้การได้ยินลดลงได้จริง
อาการแบบไหนบอกว่าเป็นหูอื้อจากแว็กซ์อุดตันมากกว่าการได้ยินลดลงจากอายุ
แว็กซ์อุดตันมักทำให้รู้สึกหูตันหรือหูอื้อข้างเดียว และเป็น ๆ หาย ๆ ส่วนการได้ยินลดลงตามวัยมักเป็นทั้งสองข้างและค่อย ๆ ลดลงต่อเนื่อง อาการหูตันข้างเดียวเรื้อรังเป็นจุดสังเกตที่มักชี้ไปทางเรื่องการอุดกั้น
การฟังเพลงดังหรือทำงานในที่เสียงดังทำให้หูเสียได้อย่างไร
การสัมผัสเสียงดังเป็นเวลานานทำให้เกิดความเสียหายสะสมต่อหูชั้นใน และจัดอยู่ในกลุ่ม sensorineural hearing loss คนที่ทำงานในที่เสียงดังหลายปีจึงมีแนวโน้มสังเกตการได้ยินลดลงเร็วกว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในสภาพนั้น
ถ้าได้ยินลดลงข้างเดียวแบบฉับพลัน มักเกี่ยวกับอะไร
เอกสารของผู้ให้บริการสุขภาพจัด autoimmune inner ear disease และ labyrinthitis ไว้ในกลุ่มสาเหตุที่เป็นไปได้ของ sudden deafness การได้ยินลดลงข้างเดียวแบบฉับพลันเป็นอาการที่ควรนัดตรวจโดยไม่รอ
ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มอ่านหัวข้อไหน
ถ้าคุณอยากเล่าอาการให้ใครสักคนฟังก่อนตัดสินใจ ติดต่อhearinglosscausesได้ในวันจันทร์–วันศุกร์ 09:00–18:00 น. หรือเริ่มจากหน้าที่ตรงกับอาการของคุณมากที่สุด
ที่อยู่: 159/1 อาคารเสริมมิตรทาวเวอร์ ถนนสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 — โทร. +66 2 260 7890